5 แข้งเล่นบอลฉลาด ใช้สมองมากกว่าพละกำลัง

ข่าวฟุตบอล

หนึ่งในสิ่งสวยงามของโลกลูกหนังคือการมีจังหวะฟุตบอลสวยๆ จังหวะคิลเลอร์พาส หรือบอลทะลุช่องงามๆ มาให้แฟนบอลได้ยลโฉมกัน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มักเกิดมาจากปลายสตั๊ดของนักเตะระดับมันสมองที่คิด และลงมือทำได้อย่างชาญฉลาด

โดยในตอนนี้ถือว่ามีนักเตะระดับโลกหลายคนถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของยอดแข้งที่เล่นบอลฉลาด เซนส์บอลดี และใช้สมองในการเล่น มากกว่าพละกำลังในการวิ่งไล่บดขยี้

ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราจะพาไปดู 5 นักเตะระดับมันสมองที่ใช้ลูกฟุตบอลในการสรรค์สร้างจังหวะสวยๆ ที่ถูกกลั่นกรองออกมาจากมันสมองของพวกเขา

เฟรงกี้ เดอ ยอง (บาร์เซโลน่า)

เฟรงกี้ เดอ ยอง (บาร์เซโลน่า)

กองกลางอนาคตไกลวัย 24 ปี ที่เติบโตขึ้นมาจากศูนย์ฝึกลูกหนังของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จนกระทั่งได้ก้าวขึ้นมาเจิดจรัสกับทีมชุดใหญ่ ก่อนที่จะออกมาเผชิญชีวิตยังต่างแดนกับ บาร์เซโลน่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2019 เพื่อเป็นตัวแทนของเหล่ารุ่นพี่จะโยกย้ายออกไปทั้ง ชาบี เอร์นานเดซ หรือ อันเดรส อิเนียสต้า

ซึ่งอย่างที่เรารู้กันว่าตำนานทั้ง 2 คนที่กล่าวไปคือส่วนสำคัญในการพาทัพ “อาซูลกราน่า” ไล่ล่าความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องร่วม 10 ปี ฉะนั้นการที่จะหาใครสักคนมาทดแทนคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่กับ เดอ ยอง ที่พิสูจน์ตัวเองมาในระดับหนึ่งแล้วก็พกพาความมั่นใจว่าเขาจะสามารถอุดร่องรอยที่พี่ใหญ่ทั้งสองได้ทิ้งเอาไว้ได้

ด้วยสไตล์ของเล่นของ เดอ ยอง ทั้งกับ อาแจ็กซ์ และ บาร์เซโลน่า สิ่งที่สังเกตเห็นได้คือเขาเป็นกองกลางที่ครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่ง จุดเด่นคือเรื่องวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมของเขา การจ่ายบอลที่หลักแหลมคอยสร้างสรรค์เกมรุก รวมไปถึงการวางบอลยาวที่แม่นยำมันเลยเป็นทางเลือกที่ทีมสามารถใช้ประสิทธิภาพของเขาในการเล่นงานคู่แข่ง

ฉะนั้นด้วยบทบาทที่เขาได้รับ บวกกับเทคนิคของฝีเท้าโดยเฉพาะเรื่องการจ่ายบอลที่แนบเนียน ไม่แปลกที่ เดอ ยอง จะใช้บอลในการเดินทางมากกว่าการใช้พละกำลังในการบดขยี้

โทนี่ โครส (เรอัล มาดริด)

โทนี่ โครส (เรอัล มาดริด)

มิดฟิลด์ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยพรสวรรค์ ก่อนที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นแข้งระดับคุณภาพที่มาตรฐานไม่ได้ตกหล่นไปเลย แม้จะค้าแข้งในระดับสูงมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี แล้วก็ตาม ทั้งในนามสโมสรอย่าง เลเวอร์คูเซ่น, บาเยิร์น มิวนิค และปัจจุบันกับ เรอัล มาดริด

อย่างที่เราทราบกันดีถึงคุณภาพของ โครส นับตั้งแต่สมัยเป็นดาวรุ่งอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค จวบจนทุกวันนี้สิ่งที่เรียกว่าคลาสฟุตบอลของเขาก็ไม่เคยเลือนหายไปเลย สไตล์ของกองกลางชาวเยอรมันอยู่ที่ความชาญฉลาดในการเลือกเล่นว่าจังหวะไหนควรทำอย่างไร และต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบไหนเพื่อทีมจะได้ประโยชน์ที่สูงที่สุด

รวมไปถึงการคุมจังหวะของเกมคอยบัญชาดึงช้า-เร็ว, การจ่ายบอล หรือ วางบอลไปข้างหน้า บอลทุกจังหวะของ โครส ที่ออกจากสตั๊ดเรียกได้ว่าน้อยครั้งที่เพื่อนจะเล่นแบบเสียเปรียบ ฉะนั้นด้วยประโยชน์ตรงนี้ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในแข้งที่ได้รับการยกย่องว่าจ่ายบอลได้ชาญฉลาดมากที่สุดคนหนึ่งของวงการ

ซึ่งด้วยมาตรฐานเหล่านี้ไม่แปลกว่าที่ผ่านมาเขาจะมีความสำเร็จมาเชยชมอยู่เรื่อยๆ ทั้งกับสโมสร รวมไปถึงในนามทีมชาติเยอรมันที่เขาเองก็เป็นส่วนสำคัญในการพาทีมเถลิงบัลลังก์แชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปี 2014 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

ติอาโก้ อัลกันทาร่า (ลิเวอร์พูล)

ติอาโก้ อัลกันทาร่า (ลิเวอร์พูล)

นักเตะที่เติบโตขึ้นมาจากศูนย์ฝึกลูกหนังลา มาเซีย ของ บาร์เซโลน่า ก่อนที่จะได้รับโอกาสก้าวขึ้นมายังสู่ทีมชุดใหญ่ของทัพ “อาซูลกราน่า” ในช่วงปี 2009 ซึ่งด้วยลีลาฝีเท้าของเขาจัดว่าเจนจัดมากพอสมควรในรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ทว่าความโชคร้ายคือ บาร์เซโลน่า ในห้วงเวลานั้นมีโคตรมิดฟิลด์อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ กับ อันเดรส อิเนียสต้า ยืนขว้างหน้าอยู่

ซึ่งการย้ายสู่ บาเยิร์น มิวนิค ก็เหมือนเป็นการที่ทำให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องของฝีเท้าการเล่นฟุตบอล มันทำให้ ติอาโก้ พัฒนาขึ้นมาในหลายๆ ด้านจนกลายเป็นว่าเขาคือกองกลางที่เซนส์ทางศาสตร์ลูกหนังดีมากที่สุดคนหนึ่ง บ่อยครั้งที่ตอนนั้นประตูของ “เสือใต้” ได้จะมาจากจุดเริ่มของชายผู้นี้ 

แม้ในตอนนี้ผลงานกับ ลิเวอร์พูล อาจจะยังไม่เปรี้ยงปร้างมากเท่าไหร่นัก แต่เชื่อว่า คล็อปป์ เองก็คงมองเห็นศักยภาพอันสูงส่งของ ติอาโก้ ไม่เช่นนั้นคงจะไม่ดึงตัวเข้ามาสู่ทีม เพราะถ้าเราสังเกตจะเห็นว่านายใหญ่ผู้นี้ไม่ค่อยจะลงทุนกับนักเตะชื่อดังมากเท่าไหร่นัก แต่เน้นไปที่สร้าง เพื่อพัฒนาให้ก้าวขึ้นมามากกว่า

ฉะนั้นแล้วฝีเท้าของ ติอาโก้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสี่คืออีกจอมอัจฉริยะคนหนึ่งของวงการลูกหนัง ไม่ต้องออกแรงวิ่งให้มากนัก แต่ใช้มันสมองในการคิด และให้ลูกฟุตบอลเป็นตัวเดินทางเพื่อเป้าหมายของทีมนั้นก็คือการทำประตู

จอร์จินโญ่ (เชลซี)

จอร์จินโญ่ (เชลซี)

สตาร์ทีมชาติอิตาลีกำลังเป็นที่จับตามองเหลือเกินจากผลงานในช่วงรอบปีที่ผ่านมา ทั้งในนามสโมสรที่เป็นคนสำคัญพาทีมพุ่งชนกับความสำเร็จอย่าง แชมเปี้ยนส์ลีก รวมไปถึงกับทีมชาติอิตาลีก็เป็นจิ๊กซอว์ทีเด็ดในการพาทีมเถลิงบัลลังก์คว้าแชมป์ยูโร 2020 มาครองได้สำเร็จ

ด้วยสไตล์การเล่นของ จอร์จินโญ่ ที่อาจจะไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่ถ้ามองในรายละเอียดเกมเขาคือตัวคุมจังหวะของทีมอย่างแท้จริง ทั้งเกมรับที่ดุดัน รวมไปถึงเกมรุกที่เขาคือคนคอยขับเคลื่อนแจกจ่ายบอลไปยังแดนหน้าให้เพื่อนในการสร้างสรรค์การทำประตู ซึ่งทั้งหมดกองกลางวัย 29 ปี สามารถทำได้แบบเนียนตา และเปี่ยมล้นไปด้วยคุณภาพอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งจุดเด่นของ จอร์จินโญ่ คือความแม่ยำในการส่งบอล อย่างสถิติในฤดูกาลนี้เขามีโอกาสจ่ายบอลในเกมพรีเมียร์ลีกไปทั้งหมด 333 ครั้ง ซึ่งคิดเป็นต่อเกมอยู่ที่ 47.5% ซึ่งส่วนใหญ่มันเป็นการจ่ายขึ้นไปยังแดนหน้าเปิดช่องให้แนวรุกเพิ่มโอกาสในการผลิตสกอร์

และด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ บวกกับการได้มาทำงานร่วมกับ โธมัส ทูเคิ่ล มันก็เลยเหมือนเป็นการรีดศักยภาพของเขาออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ และไม่แปลกที่ชื่อของเขาจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตลุ้นรางวัลบัลลง ดอร์ เพราะด้วยฝีเท้า และความสำเร็จมันบ่งบอกว่าเขาคู่ควรกับการเป็นตัวเลือกอย่างแท้จริง

มาร์โก แวร์รัตติ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง)

มาร์โก แวร์รัตติ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง)

อีกหนึ่งนักเตะระดับมันสมองที่ไม่ต้องใช้พละกำลังอะไรให้เยอะแยะ แต่ประสิทธิภาพที่ออกมานั้นมันยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก จากเด็กหนุ่มผอมบางที่แจ้งเกิดเป็นที่รู้จักในสีเสื้อของ เปสคาร่า จวบจนวันนี้เขากลายเป็นหนึ่งในกองกลางที่ถูกยกย่องว่าดีที่สุดในโลกของวงการไปแล้ว

จุดเด่นของ แวร์รัตติ อยู่ที่การจ่ายบอลที่โคตรแม่นยำ ซึ่งนี่คือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดในตำแหน่งกองกลาง และสิ่งนี้มันมีเอ่อล้นอยู่ในตัวของกองกลางผู้นี้ จากสถิติระบุว่าในช่วงพีคๆ ของเขาราวช่วงระหว่างฤดูกาล 2012-13 จนถึง 2016-17 เปอร์เซ็นต์จ่ายบอลสำเร็จของเขาต่ำสุดคือ 88% และไปแตะมากสุดถึงเกือบ 93% เลยทีเดียวต่อฤดูกาล

แน่นอนตัวเลขมันไม่เคยโกหกใคร และบ่งชี้ชัดได้ถึงฝีเท้าในระดับเวิลด์คลาสของชายผู้นี้ได้เป็นอย่างดี ไม่แปลกที่ครั้งหนึ่ง บาร์เซโลน่า อยากจะได้ตัวเขาไปร่วมทีม เพราะสไตล์การเล่นช่างเหมาะกับบอลกับพื้นสไตล์ของทัพ “อาซูลกราน่า” ยิ่งนัก รวมไปถึง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยจ้องมองกะสอยไปแต่งเติมเสริมแดนกลางมาแล้ว

สุดท้ายแม้จะมีข้อวิจารณ์ถึงความเก่งกาจเพราะส่วนใหญ่ลงเล่นอยู่แต่กับลีก เอิง ตั้งแต่ปี 2012 แต่ทว่าถ้าคนไม่เก่งจริงคงไม่โชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมออกมาได้ อีกทั้งในนามทีมชาติอิตาลีเขาคือกงจักรสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ยูโรขบวนล่าสุด ซึ่งทั้งหมดมันก็น่าจะเพียงพอในการให้เขาถูกยกย่องว่าเป็นอีกหนึ่งจีเนียสแห่งวงการลูกหนังปัจจุบัน

ข่าวฟุตบอล นิวคาสเซิ่ล
ข่าวฟุตบอล แมนยู
ข่าวฟุตบอล บอลไทย ทีมชาติไทย
ข่าวฟุตบอล บอลไทย
ข่าวฟุตบอล
ข่าวฟุตบอล โปแลนด์
ข่าวฟุตบอล
ข่าวฟุตบอล เนย์มาร์
ข่าวฟุตบอล แมนยู
ข่าวฟุตบอล โรนัลโด้ เอ็มบัปเป้