5 ตัวแทน คูมัน ถ้าต้องแยกทางกับ บาร์ซ่า

ข่าวฟุตบอล บาร์เซโลน่า

ต้องยอมรับตามตรงว่า บาร์เซโลน่า ภายใต้การทำทีมของ โรนัลด์ คูมัน ในฤดูกาลนี้แล้วรู้สึกน่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก เพราะด้วยสไตล์การเล่นที่เปลี่ยนไป พร้อมผลการแข่งขันที่ไม่ค่อยสวยงามมากเท่าไหร่นัก

อย่างในเกมล่าสุดที่เปิดบ้านไล่ตามตีเสมอ กรานาด้า กลายเป็นทัพ “อาซูลกราน่า” ที่ไม่คุ้นตาเท่าไหร่นัก กับฟุตบอลสไตล์ที่เล่นบอลกลางอากาศเป็นส่วนใหญ่ รวมไปถึงการส่ง เคราร์ด ปิเก้ แนวรับของทีมไปยืนเป็นกองหน้าเพื่อหวังโจมตีบอลทางกลางอากาศ

ซึ่งเมื่อเอาหลายๆ ปัจจัยมารวมกันทำให้ดูท่าทีแล้วอนาคตของ คูมัน กับ บาร์ซ่า คงได้ร่วมงานกันได้ไม่ยาวซะแล้ว ฉะนั้นถ้าในกรณีที่บอร์ดของทีมจะตัดสินใจปลดนายใหญ่ชาวเนเธอร์แลนด์ผู้นี้ออกจากตำแหน่ง จะมีกุนซือคนไหนเหมาะที่จะเข้ามาแทนที่บ้าง ขอบสนาม ของเราได้รวบรวมมาให้แล้ว ไปติดตามกันได้เลย

อันโตนิโอ คอนเต้ (ว่างงาน)

อันโตนิโอ คอนเต้ (ว่างงาน)

นายใหญ่ชาวอิตาลีที่กำลังว่างงานอยู่ในตอนนี้ และเป็นกุนซืออีกคนที่พอที่จะการันตีเรื่องของโทรฟี่ได้อยู่บ้างเพราะเวลาพี่แพไปคุมทีมไหนก็พักจะพกพาความสำเร็จออกมาด้วยอยู่เสมอ ตัวอย่างก็ทีมล่าสุดอย่าง อินเตอร์ มิลาน ที่พาทีมฝ่าด่านแชมป์หลายสมัยอย่าง ยูเวนตุส คว้าแชมป์เซเรียอา อิตาลี มาครองได้สำเร็จ

รวมไปถึงผลงานก่อนหน้านั้นไม่ว่าจะกับทั้ง บารี่, ยูเวนตุส หรือ เชลซี ต่างล้วนพุ่งชนกับความสำเร็จมาแล้วทั้งสิ้น ฉะนั้นแล้วทำให้ชื่อของ คอนเต้ กับ บาร์เซโลน่า จึงน่าสนใจไม่ใช่น้อยในห้วงเวลายามนี้ แม้ฟุตบอลของนายใหญ่ผู้นี้อาจจะไม่ได้เน้นไปที่เกมบุกรุกเต็มตัว แต่ถ้าแลกมากับความสำเร็จแบบด่วนจี๋ก็น่าแลกด้วยไม่น้อย

แต่… ขึ้นชื่อว่า คอนเต้ ถ้าไปไล่เรียงดูว่าเขามักจะทำงานกับที่ไหนได้ไม่นาน และมักจะมีเรื่องกับบอร์ดบริหารของทีมอยู่หลายครั้ง อย่างประเด็นล่าสุดที่ลาออกจากทัพ “งูใหญ่” ก็เพราะไปงัดกับบอร์ดบริหารเรื่องเงินๆ ทองๆ 

แต่ถ้าตัดเรื่องปัญหานอกสนามทิ้งไปตัวเลือกอย่าง คอนเต้ น่าจะเป็นลิสต์ที่ดูดีมีระดับไม่ใช่น้อยในการใช้กุนซือมากประสบการณ์มาปลุกวิญญาณของเหล่านักเตะทัพ “อาซูลกราน่า”

โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ (ทีมชาติเบลเยี่ยม)

โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ (ทีมชาติเบลเยี่ยม)

นายใหญ่วัย 48 ปี ที่ปัจจุบันคุมทัพทีมชาติเบลเยี่ยมเคยตกเป็นข่าวอย่างหนักกับ บาร์เซโลน่า มาแล้วเมื่อครั้งที่ทีมแยกทางกับ เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ แต่ทว่าสุดท้ายดีลดังกล่าวที่เป็นข่าวครึกโครมก็ไม่ได้เกิดขึ้นแต่อย่างใด

โดยเส้นทางของ มาร์ติเนซ ต้องบอกว่าเขาค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังประเดิมคุมทีมครั้งแรกกับ สวอนซี ซิตี้ เมื่อปี 2007 ก่อนไล่มาเป็น วีแกน แอธเลติก ชุดคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ แบบหักปากกาเซียนเมื่อฤดูกาล 2012-13 ก่อนโดดไปรับงาน เอฟเวอร์ตัน ต่อด้วยทีมชาติเบลเยี่ยมที่เริ่มงานมาตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปัจจุบัน

และด้วยสไตล์การทำทีมของ มาร์ติเนซ ที่เน้นฟุตบอลเกมรุกเปิดหน้าเรียกน่าจะเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลไม่ใช่น้อย และอีกอย่างคือเขาเป็นคนที่สามารถรีดศักยภาพนักเตะออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ยกตัวอย่างให้พอเห็นภาพคือ โรเมลู ลูกากู ที่เมื่อครั้งร่วมงานกันที่ทัพ “ทอฟฟี่” ก็ยิงแบบกระฉูดแตก จนก้าวขึ้นมาเป็นดาวยิงระดับโลก รวมไปถึงในนามทีมชาติตอนนี้ก็กลายเป็นกองหน้าเบอร์ 1 เป็นที่เรียบร้อย

แต่ถ้าจะมีข้อให้กังวลแม้ มาร์ติเนซ จะทำฟุตบอลในสไตล์เกมรุก แต่ทว่าในแง่ของประสบการณ์ในระดับสโมสรเขายังไม่ได้เก็บเที่ยวบินในระดับสูงมากเท่าไหร่นัก และอีกอย่างการที่ไปทำทีมชาติมานานกว่า 5 ปี มันน่าจะส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนแนวทางการทำทีมไปไม่ใช่น้อย

เอริค เทน ฮาก (อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม)

เอริค เทน ฮาก (อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม)

อีกหนึ่งกุนซือเนื้อหอมที่ตกเป็นข่าวกับหลายสโมสรใหญ่ในยุโรป รวมไปถึง บาร์เซโลน่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งจากฝีมือในการคุมทัพ อาแจ็กซ์ บอกเลยว่าโค้ชหนุ่มรายนี้ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะเมื่อฤดูกาลที่พาทีมกรุยทางไปถึงรอบรองชนะเลิศศึก แชมเปี้ยนส์ลีก ในรูปแบบที่เหนือความคาดหมายผ่านมาได้ทั้ง ยูเวนตุส และ เรอัล มาดริด

โดยอีกหนึ่งจุดเด่นของ เทน ฮาก คงอยู่ที่การให้โอกาสเด็กดาวรุ่งในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ไม่แปลกที่เราจะเห็นเด็กเทพจาก อาแจ็กซ์ ชุดล่าสุดทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมก่อนแยกย้ายไปตามทางของตัวเองไม่ว่าจะเป็น ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค, แฟร้งกี้ เดอ ยอง หรือ มัตไธส์ เด ลิกต์

นอกจากนั้นถ้า บาร์ซ่า ได้กุนซือวัย 51 ปีรายนี้เข้ามาก็จะเป็นนายใหญ่ชาวเนเธอร์แลนด์อีกคนในการคุมทัพต่อจาก โยฮัน ครัฟฟ์, ไรนุส มิเชลส์, หลุยส์ ฟาน กัล, แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด และคนปัจจุบันอย่าง โรนัลด์ คูมัน

ส่วนในเรื่องสไตล์การทำทีมก็ต้องบอกว่า เทน ฮาก ดูท่าน่าจะเข้ากับ บาร์เซโลน่า ไม่ใช่น้อยด้วยการใช้ฟุตบอลเกมรุกเป็นจุดเด่น แถมด้วยระบบที่ไม่ได้เน้นพึ่งพาใครเพียงคนเดียว ซึ่งดูทรงน่าจะตอบโจทย์กับ บาร์ซ่า ไม่ใช่น้อย รวมไปถึงดาวรุ่งที่รอจรัสแสงอยู่ในตอนนี้ พอมาอยู่ในมือ เทน ฮาก น่าจะได้รับโอกาสลงสนามมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ชาบี เอร์นานเดซ (อัล ซาดด์)

ชาบี เอร์นานเดซ (อัล ซาดด์)

ถ้าจะถามหาสายเลือดที่เข้าอกเข้าใจในวัฒนธรรมด้านต่างๆ ของสโมสรเป็นอย่างดี และพร้อมที่อยากจะกลับมายังบ้านหลังมากนี้มากที่สุดชื่อของ ชาบี เอร์นานเดซ คงขึ้นชาร์ตมาติดอันดับ 1 สำหรับแฟนบอล บาร์เซโลน่า อย่างแน่นอน 

ปัจจุบัน ชาบี นั่งแท่นเป็นกุนซือของ อัล ซาดด์ ทีมในลีกประเทศกาตาร์ ซึ่งตัวเขาก็พาทีมพุ่งชนกับความสำเร็จแบบต่อเนื่องทั้งฟุตบอลลีก และฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ แต่ทว่าเจ้าตัวก็มีข่าวเชื่อมโยงกับอดีตต้นสังกัดอย่าง บาร์เซโลน่า มาตลอดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แม้ครั้งหนึ่งเขาจะเคยออกมาพูดเองว่าได้ปฎิเสธข้อเสนอของ บาร์ซ่า ไปถึง 2 ครั้ง เนื่องด้วยปัจจัยด้านต่างๆ แต่ทว่าในห้วงยามนี้คงจะหาใครที่เหมาะสมไปกว่าเขาไม่ได้แล้ว

ด้วยประสบการณ์งานโค้ชแม้จะไม่ได้คุมทีมในระดับแถวหน้าของยุโรป แต่อย่างน้อยเขาก็ได้เก็บเกี่ยววิชาในด้านงานโค้ชมาพอสมควรแล้ว และด้วยความเป็นสายเลือดของ “อาซูลกราน่า” ที่ยังคงไหลเวียนอยู่เต็มตัวน่าจะเข้ามาช่วยให้น้องๆ ในทีมได้รู้ถึงแนวทาง และเป็นเชื้อเพลิงในการกระตุ้นให้ทุกคนกลับมาอยู่ในร่องในรอยอีกครั้ง

ซึ่งเชื่อว่าในใจของ ชาบี เองเขาก็ได้ปักธงไว้แล้วว่าสักวันจะกลับมารับงานคุมทีมนี้ให้ได้ แต่เพียงด้วยเงื่อนไขของเวลาในช่วงที่ผ่านมามันยังไม่ลงล็อคมากนัก แต่กับสถานการณ์ปัจจุบันถ้าถามหาใครสักคนยังไงเสียแฟนบอลส่วนใหญ่น่าจะต่างยกมือสนับสนุนให้ตำนานนักเตะคนนี้ กลับไปเริ่มขีดเขียนตำนานบทใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน

เซร์จี้ บาร์ฆวน (บาร์เซโลน่า เบ)

เซร์จี้ บาร์ฆวน (บาร์เซโลน่า เบ)

มองในอีกมุมหนึ่ง บาร์เซโลน่า ในชั่วโมงนี้อาจจะไม่ได้หอมหวานชวนกุนซือชื่อดังมารับงานคุมทีมก็เป็นได้ ฉะนั้นแล้วบางทีถ้าเกิดการปลด คูมัน จริง การดันกุนซือจากทีมชุดสำรองอย่าง บาร์เซโลน่า เบ ขึ้นมาอาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก็เป็นได้

ปัจจุบันทีมดังกล่าวคุมทัพอยู่โดย เซร์จี้ บาร์ฆวน นายใหญ่วัย 39 ปี ที่เพิ่งมีการแต่งตั้งเข้ารับตำแหน่งกันไปเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง ภายหลังกุนซือรายนี้แยกทางกับ หางโจว กรีนทาวน์ ทีมในลีกรองประเทศจีน

โดย บาร์ฆวน สมัยเป็นนักเตะเจ้าตัวเติบโตมาจากศูนย์ฝึกลา มาเซีย เช่นกัน ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 1993 ก่อนที่จะอยู่โยงค้าแข้งกับทีมนานกว่า 9 ปี รวมแล้วลงเล่นให้ทีมไปมากถึง 382 นัดเลยทีเดียว ก่อนประกาศแขวนสตั๊ดไปเมื่อปี 2005 ซึ่งสโมสรสุดท้ายของเขาในอาชีพก็คือ แอต.มาดริด นั้นเอง

ส่วนในเส้นทางสายกุนซือถือว่าพอเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาพอควรไล่มาตั้งแต่คุมทีมเยาวชนของ บาร์เซโลน่า ก่อนย้ายไปคุมทีมชุดใหญ่ของ อูเอลบา, อัลเมเรีย, เรอัล มายอร์ก้า และ หางโจว กรีนทาวน์

ฉะนั้นแล้วถือว่า บาร์ฆวน เป็นผู้ที่รู้ซึ้งถึงปรัชญาของทีมเป็นอย่างดี เข้าใจในแนวทางของสโมสรว่าจะต้องเดินไปในทิศทางไหน และต้องลงเล่นในสไตล์ใด 

และที่ผ่านมาก็มีกุนซือจากทีมชุดเบก้าวขึ้นมาสร้างชื่อได้หลายคนไม่ว่าจะเป็น เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หรือ หลุยส์ เอ็นริเก้ ซึ่งบางทีเขาอาจจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในช่วงเวลานี้ก็เป็นได้

ข่าวฟุตบอล นิวคาสเซิ่ล
ข่าวฟุตบอล แมนยู
ข่าวฟุตบอล บอลไทย ทีมชาติไทย
ข่าวฟุตบอล บอลไทย
ข่าวฟุตบอล
ข่าวฟุตบอล โปแลนด์
ข่าวฟุตบอล
ข่าวฟุตบอล เนย์มาร์
ข่าวฟุตบอล แมนยู
ข่าวฟุตบอล โรนัลโด้ เอ็มบัปเป้