เก็บตกประเด็นหลังเกม เชลซี ซิวแชมป์ซูเปอร์ คัพ

ข่าวฟุตบอล เชลซี

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับแฟนบอล เชลซี ทุกท่านที่ทีมรักสามารถคว้าแชมป์ซูเปอร์ คัพ 2021 มาครองได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะจุดโทษ บียาร์เรอัล ได้อย่างระลึกหัวใจ

แน่นอนว่าตลอด 120 นาที มีหลายเหตุการณ์ให้น่าหยิบยกขึ้นมาพูดคุย โดยเฉพาะทางฝั่งแชมป์อย่าง “สิงห์บลู” มีประเด็นน่าสนใจมากเหลือเกิน ซึ่งจะมีหัวข้อไหนบ้าง ไปติดตามกันได้เลย

ขุมกำลังทั้งสองฝั่ง

เริ่มต้นกันที่ฝั่งเจ้าของแชมป์ แชมเปี้ยส์ลี กันก่อน ถือว่าพวกเขาก็ใส่นักเตะชุดใหญ่ลงสนามแบบครบครันมากพอควรไล่ตั้งแต่เกมรับ 3 คนที่มีทั้ง อันโตนิโอ รูดิเกอร์, เคิร์ต ซูม่า ผสมกับดาวรุ่งอย่าง เทรโวห์ ชาโลบาห์ เด็กปั้นขนานแท้ของสโมสร ส่วนแดนกลางก็นำมาโดย เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มัตเตโอ โควิซิช, ไค ฮาเวิร์ตซ์ และ ฮาคิม ซีเย็ค ส่วนหน้าเป้าใชบริการของ ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงทีมชาติเยอรมัน

ส่วนทางฝั่ง บียาร์เรอัล เจ้าของแชมป์ยูโรปา ลีก ก็ถือว่าขนเหล่านักเตะตัวหลักลงสนามแบบพร้อมหน้าเลยทีเดียวไล่ตั้งแต่แนวรับที่ได้ เปา ตอร์เรส กลับมายืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาร์ฟให้ทีมแม้จะเพิ่งเสร็จภารกิจกับทีมชาติสเปนชุดลุยศึกโอลิมปิกก็ตาม ส่วนที่เหลือก็นำโดย เอเตียน กาปู, อัลแบร์โต้ โมเรโน่ และกองหน้าคนสำคัญอย่าง เคราร์ด โมเรโน่

ส่วนที่ม้านั่งสำรองทาง “สิงห์บลู” ยังมีอาวุธทีเด็ดอย่าง คริสเตียน พูลิซิช, เมสัน เมาท์ หรือเจ้าของแชมป์ยูโรสมัยล่าสุดอย่าง จอร์จินโญ่ ทางฝั่ง “เรือดำน้ำสีเหลือง” ก็มีตัวพลิกเกมอย่าง มานู โมลาเนส, มาริโอ กัสปาร์ หรือ ดานี่ ราบา ที่คอยโอกาสอยู่ข้างสนาม

ซีเย็ค กับอาการบาดเจ็บ

ซีเย็ค กับอาการบาดเจ็บ

ย้อนกลับไปในฤดูกาลแรกของ ฮาคิม ซีเย็ค กับ เชลซี ถือว่าไม่ค่อยสวยงามมากเท่าไหร่นัก ทำให้ในซีซั่นนี้เจ้าตัวหมายมั่นว่าจะยกระดับผลงาน และยึดตัวจริงให้ได้ ซึ่งในเกมนัดนี้เจ้าตัวก็ได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริง 

ซึ่งก็ถือว่าเจ้าตัวก็สามารถคว้าโอกาสนี้ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยผลงานที่ค่อนข้างโดดเด่น และจี๊ดจ๊าดมากพอสมควร แถมเป็นผู้ทำประตูขึ้นนำให้กับทีมได้อีกด้วย แน่นอนตรงนี้น่าจะทำให้เขามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นแบบมากโขเลยทีเดียว 

แต่ทว่าก็เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งเพราะในช่วงท้ายครึ่งแรกเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บไม่สามารถลงเล่นต่อไหว จนต้องโดนหามออกสนาม และตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีข่าวออกมาว่าเจ้าตัวต้องพักนานขนาดไหน แต่ทว่าถ้าจะมีข้อดีให้เห็นพอใจชื้นหน่อยคือเข้าตัวไม่ต้องลงเปล แต่ยังคงพอเดินลงน้ำหนักตอนออกจากสนามได้

เกปา จอมเซฟจุดโทษ

มองย้อนกลับไป 11 ผู้เล่นตัวจริงตำแหน่งนายทวารของ เชลซี คนที่ได้รับโอกาสลงมายืนเฝ้าเสาก่อนนั้นก็คือ เอดูอาร์ เมนดี้ ซึ่งระหว่างเกมเจ้าตัวก็แทบไม่ได้โชว์ความผิดพลาดออกเลย รวมไปถึงยังมีจังหวะเซฟสวยๆ อยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะหลุดเดี่ยวของ โมเรโน่ ที่เขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม

แต่ทว่าพอเข็มเวลาเดินทางมาถึงนาทีที่ 119 ทูเคิ่ล ได้ตัดสินใจถอด เมนดี้ ออกจากสนาม และส่ง เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ลงสนามไปแทน แน่นอนในวินาทีนั้นเป้าหมายคือการส่งนายทวารชาวสเปนลงไปเซฟจุดโทษ และมันก็ได้ผลเพราะ เกปา จัดการโชว์เซฟไปถึง 2 ครั้ง กลายเป็นฮีโร่พาทีมเถลิงบัลลงก์แชมป์ได้สำเร็จ

ซึ่งหลังจบเกม ทูเคิ่ล ก็ได้ออกมาเปิดใจว่าก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยกันในทีมแล้วเรื่องหน้าที่การเซฟจุดโทษ เนื่องด้วยสถิติการเซฟลูกบนจุด 12 หลา เกปา มีสถิติที่ยอดเยี่ยมกว่า “มันไม่ได้เกิดขึ้นเอง เราคุยกันเรื่องนี้กับผู้รักษาประตูเมื่อเรามาถึง และมีเกมบอลถ้วยนัดแรกที่พบกับ บาร์นสลีย์ (เมื่อฤดูกาลที่แล้ว)” 

“ดังนั้นเราจึงมีสถิติบางอย่างว่า เกปา มีเปอร์เซ็นต์ที่ดีที่สุดในการเซฟจุดโทษ ทีมวิเคราะห์ และโค้ชผู้รักษาประตูแสดงให้ผมเห็น แนะนำให้ผมรู้จักกับข้อมูล จากนั้นเราก็พูดคุยกับผู้เล่น ว่าสิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเราเล่นในเกมน็อกเอาต์ และตั้งแต่นั้นมาพวกเขาก็รับรู้”

แชมป์ที่ 2 ของ ทูเคิ่ล กับ เชลซี

แชมป์ที่ 2 ของ ทูเคิ่ล กับ เชลซี

โธมัส ทูเคิ่ล กระโดดมารับงานคุมทัพ “สิงห์บลู” ในช่วงเดือนมกราคม 2021 แทนที่ของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด อดีตกุนซือที่ทำผลงานไม่เข้าเป้ากับที่ทางสโมสรวางเอาไว้ ซึ่งภายหลังนายใหญ่ชาวเยอรมันเข้ามาทำทีมโฉมหน้า และวิถีการล่นของทีมก็เปลี่ยนไปในทิศทางบวกมากขึ้น

จนกระทั่งสามารถพาทีมจบพื้นที่ท็อปโฟร์ได้สำเร็จ อีกทั้งยังมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้แฟนบอลด้วยการซิวแชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ต่อเนื่องด้วยแชมป์ซูเปอร์ คัพสมัยที่ 2 ของสโมสร เรียกได้ว่าเขามาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง และโทรฟี่แชมป์โดยเฉพาะ

นอกจากนั้นสิ่งที่ ทูเคิ่ล แสดงความเห็นถึงฝีมือ และกึ๋น คือเขายังไม่ได้ช้อปปิ้งคว้าแข้งใหม่เข้าเสริมทัพเลยแม้แต่รายเดียว ซึ่งนักเตะทั้งหมดคือมรดกที่ตกทอดมาจากกุนซือคนเก่า แต่ทว่าเจ้าตัวก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนจนกระทั่งพาทีมพุ่งชนกับความสำเร็จได้อย่างยอดเยี่ยม

แชมป์ซูเปอร์คัพสมัยที่ 2 ของ สิงห์บลู

นี่คือการลงเล่นเกมซุปเปอร์ คัพ ครั้งที่ 5 ของพลพรรคทัพ “สิงห์บลู” ก่อนที่จะซิวแชมป์สมัยที่ 2 มาครองได้สำเร็จ ต่อจากเมื่อปี 1998 ที่พวกเขาคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ ก่อนโคจรมาพบกับ เรอัล มาดริด ในรายการนี้ ซึ่งเกมในวันนั้น เชลซี เฉือนเอาชนะไปได้ 1-0 จากประตูชัยของ กุสตาโว่ โปเยต์

ส่วนอีก 3 ครั้งที่ได้โอกาสลงเล่น และต้องอกหักไปนั้นไล่มาตั้งแต่ปี 2012 ที่พวกเขาเข้าร่วมในฐาะแชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ทว่าก็พ่ายแบบเละเทะต่อ แอต.มาดริด 1-4 ส่วนอีก 2 ครั้ง เชลซี มาแข่งในฐานะแชมป์ยูโรปา ลีก และพ่ายแพ้ในด้วยผลการแข่งขันที่เหมือนกันต่อ บาเยิร์น มิวนิค และ ลิเวอร์พูล นั้นก็คือเสมอในเวลา 120 นาที 2-2 ก่อนพ่ายจุดโทษแบบเจ็บปวด 5-4 ทั้ง 2 เกม