วันนั้นจนถึงวันนี้ โซลชา เปลี่ยนไปยังไงบ้าง

ข่าวฟุตบอล แมนยู

กลับมาเป็นกระแสที่ถูกโหมกระหน่ำอีกครั้งสำหรับเก้าอี้กุนซือของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ภายหลังพาทีมหักเลี้ยวลงเหวไม่ชนะใครในเกมลีก 3 นัดติดต่อกันแล้ว

ซึ่งนอกจากผลการแข่งขันที่เลวร้ายแล้ว สิ่งที่แฟนบอล “ปีศาจแดง” เริ่มรับไม่ได้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ก็คือเรื่องของแท็คติกที่ไม่ได้มีการพัฒนาจากตัวของ โซลชา ให้เห็นเลย มันเลยส่งผลไปถึงผลงานโดยร่วมที่ต้องยอมรับว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้แลดูขาดความกระหายในชัยชนะมากเหลือเกิน

รวมแล้วตอนนี้ โซลชา นั่งอยู่บนเก้าอี้อันทรงเกียรตินี้มากินเวลาร่วม 3 ปีแล้ว แต่ทว่าดูเหมือนทุกอย่างดูถูกสตัฟาฟฟ์เอาไว้ ไม่ได้เดินเคลื่อนข้างหน้าแต่อย่างใด

ว่าแล้ววันนี้ ขอบสนาม ของเราจะพาทุกท่านไปย้อนดูวันแรกของ โซลชา ที่ก้าวเข้ามายังสโมสรแห่งนี้ในฐานะผู้จัดการทีม และกับห้วงเวลาปัจจุบันว่ามีอะไรบ้างที่เปลี่ยนแปลง และมันเปลี่ยนไปมากน้อยขนาดไหน

ช่วงฮันนีมูนสุดหวานชื่น

นั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2018 หลังเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปพ่าย ลิเวอร์พูล 3-1 ได้เกิดเหตุการณ์กะทันหันคือบอร์ดบริหารของ “ปีศาจแดง” จัดการสั่งปลด โชเซ่ มูรินโญ่ ออกจากตำแหน่ง สาเหตุก็มาจากผลงานของทีมที่ไม่สู้ดีนัก รวมไปถึงบรรยากาศในทีมเริ่มมาคุมากขึ้นเรื่อยๆ

ว่าแล้วในช่วงนั้นพวกเขาตกเป็นข่าวกับกุนซือดังหลายคน ก่อนที่บทสรุปทีมจะไปดึงตำนานของทีมอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามารับตำแหน่งในบทบาทกุนซือขัดตาทัพเพียงเท่านั้น แต่ทว่าสิ่งที่ “น้าโอเล่” ลงมือทำคือการติดตั้งเกมรุกแบบโฉบเฉี่ยว แถมเพิ่มพลังบวกให้กับนักเตะ พาห้องแต่งตัวกลับมาสดใสอีกครั้ง พร้อมผลการแข่งขันที่โคตรไฉไลพาทีมไร้พ่ายติดต่อกันในเกมลีกถึง 12 นัด

หนำซ้ำอย่างที่บอกดูเหมือนการเข้ามาของ โซลชา จะปลุกความมีชีวิตชีวาของนักเตะยี่ห้อ “ปีศาจแดง” ได้มากเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือ เจสซี่ ลินการ์ด

ย้อนกลับไปตอนนั้นก็เริ่มมีกระแสเรียกร้องให้บอร์ดบริหารบรรจงมอบสัญญาถาวรให้อีน้าเสียที จนเกิดเป็นวลีฮิตบนโลกโซเชียลของแฟนบอลในเมืองไทยว่า “ปลุกปีศาจ ต้องใช้ปีศาจ” แต่ใครจะไปรู้ว่าพลันที่ โซลชา ได้รับสัญญาแบบถาวรก็เหมือนมีผีเข้ามาสิงตัวเขาแบบไม่รู้ตัวจากผลงานที่ยอดเยี่ยม กลับผิดแปลกไปคล้ายอย่างกับคนละคน

หลังจากที่ โซลชา ถูกแต่งตั้งคุมทัพแบบถาวรคล้ายกับว่าน้าแกจะมีเรื่องให้ขบคิดเยอะขึ้นมากกว่าเดิม จากฟุตบอลเกมรุกที่บุกขยี้คู่แข่งแบบเลือดพล่าน กลายเป็นฟุตบอลที่อืดอาด ไม่เร้าใจ แถมแพ้ง่ายๆ ต่างกับช่วงฮันนีมูนราวฟ้ากับเหว ภาพจำในปีนั้นที่แฟนบอลคงติดอยู่ในหัวคือการบุกไปพ่าย เอฟเวอร์ตัน เละเทะถึง 4-0 ภาพจำลืมไม่ลงจริงๆ สำหรับแฟนผี

ช่วงเวลาสร้างทีม

ช่วงเวลาสร้างทีม

แม้การเข้ารับตำแหน่งในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังของซีซั่น 2018-19 จะจบลงด้วยความกระท่อนกระแท่นเล็กน้อย บวกกับข้อวิพากษ์ว่า โซลชา ยังไม่ได้ซื้อตัว และอยากได้นักเตะที่เขาต้องการ ว่าแล้วซัมเมอร์ 2019 บอร์ดบริหารของทีมก็จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบมาให้ทั้ง แฮร์รี่ แม็คไกวร์, อารอน วาน-บิสซาก้า และ ดาเนียล เจมส์ ซึ่งถือว่าตรงจุดในเรื่องการแก้ปัญหาเกมรับ

หนำซ้ำช่วงเดือนมกราคมก็ไปสอย บรูโน่ แฟร์นานเดส เข้ามาสู่ทีมอีกหนึ่งรายกลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการพาทีมก้าวเดินไปข้างหน้าแม้ในฤดูกาลดังกล่าวช่วงแรกอาจมีผลงานไม่สวยงามนัก มีช่วงหยุดให้วิจารณ์เป็นระยะๆ แต่ทว่าในช่วง 14 เกมสุดท้ายของฤดูกาลพวกเขากลายร่างเป็นปีศาจจอมแกร่งไม่แพ้ใครเลย พร้อมเข้าวินคว้าอันดับ 3 ไปครอง พร้อมกับคำชื่นชมที่ถูกส่งตรงไปถึง โซลชา ว่าเขากำลังพาทีมมากถูกทางแล้ว

จากนี้ขอเพียงเวลาในการสร้างอีกหน่อย แต่งเติมอีกสักนิดทุกอย่างก็น่าจะลงล็อคมากกว่าเดิม …

ภาพที่แฟนบอลวาดฝันคือการที่ทีมจะกลับไปผงาดลุ้นแชมป์แบบเต็มตัวในฤดูกาล 2020-21 ถูกจินตนาการขึ้นอีกครั้งเพราะมีช่วงที่ชื่อของ แมนฯ ยูไนเต็ด ผงาดขึ้นไปนำจ่าฝูง แต่ทว่าความหวือหวานั้นก็อยู่ได้ไม่นานเพราะสุดท้ายก็ถูกเพื่อนบ้านอย่าง แมนฯ ซิตี้ ปาดหน้าแซงพร้อมเข้าโค้งกดยาวๆ จนคว้าแชมป์ไปครอง

โอเคแหละครับว่าในซีซั่นที่แล้วจะช่วงที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีช่วงไม่แพ้ใครถึง 13 นัดติดต่อกัน แต่ทว่าพวกเขากลับหยุดเสมอเยอะเกินไป และด้วยเหตุเหล่านี้มันทำให้ไม่เพียงพอต่อการเบียดลุ้นแชมป์ลีก ทำให้สุดท้ายก็ตามหลังแชมป์ไกลถึง 12 คะแนน แม้จะจบที่อันดับ 2 ก็ตาม

ส่วนในบอลถ้วยอย่าง ยูโรปา ลีก ที่หลุดเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ และเป็นการลุ้นโทรฟี่แชมป์แรกของ โซลชา กับทีม แต่ทว่าพวกเขาก็ทิ้งมันไปแบบเลือดเย็นทั้งเรื่องของผลงานนักเตะ และแท็คติกของกุนซือ จนเกิดคำวิจารณ์ต่างๆ มากมาย ถึงความนิ่ง และกึ๋นของ โซลชา ยามที่ต้องลงเล่นในเกมชี้เป็นชี้ตายแบบนี้ 

บทสรุป 2 ปีครึ่งของ โซลชา นอกจากพัฒนาระบบเยาวชน และเปิดโอกาสให้เด็กดาวรุ่งได้ก้าวขึ้นมาสูดลมหายใจบนทีมชุดใหญ่แล้ว ยังไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องของความสำเร็จ 

แม้กระแสจากแฟนบอลจะบอกว่านายใหญ่ชาวนอร์เวย์ต้องการเวลาสร้างทีม แต่มองกลับกันด้วยเม็ดเงินที่ลงทุนมันควรจะมีสิ่งตอบแทนกลับมาบ้าง ไม่ใช่เพียงพอใจกับการจบในพื้นที่ท็อปโฟร์ และยืดอกพร้อมประกาศศักดาว่าได้ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ 

ห้วงเวลาปัจจุบัน

ห้วงเวลาปัจจุบัน

ถ้าจะถามว่านับตั้งแต่หมดยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นักเตะของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดไหนดีที่สุด ? ว่าแล้วก็ขอยกมือตอบแบบไม่ต้องใช้เวลาคิดให้มากความคือซีซั่นปัจจุบัน เพราะว่านอกจากขุมกำลังที่มีอยู่ก่อนหน้า กับนักเตะที่พาเข้ามาล้วนแล้วอยู่ในระดับ และผลงานที่ยอดเยี่ยมทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น ปอล ป็อกบา, บรูโน่ แฟร์นานเดส, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลุค ชอว์ หรือ เอดินสัน คาวานี่

แล้วบวกกับการแต่งเติมในตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมาการไปสอยนักเตะระดับแถวหน้าของวงการอย่าง ราฟาเอล วาราน, เจดอน ซานโช่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เข้ามา มันยิ่งเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย 

จากที่แฟนบอลเคยวิจารณ์ว่าอยากได้เซ็นเตอร์ฮาร์ฟดีๆ ทีมก็จัด วาราน มาให้ 

จากที่แฟนบอลอยากได้ปีกดีๆ จี๊ดจ๊าดรวดเร็ว ซานโช่ ตอบโจทย์นี้เป็นอย่างมาก 

หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณ การมี CR7 อยู่ในทีมคุณแทบการันตีประตูจากชายคนนี้ได้เลย

แต่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้มันดูจะสวนทางกับความน่าจะเป็นทั้งเรื่องของผลการแข่งขัน และวิธีการเล่นที่ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนว่าตกลงแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมนี้ ทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับพระกาฬทิศทางมันควรเป็นแบบไหน

กับข้อที่บอกว่า โซลชา ต้องการสร้างทีม และเวลา ด้วยความเคารพเหตุผลข้อนี้กรุณาตัดมันทิ้งออกไปจากสมองได้เลย ทีมชุดปัจจุบันมันไม่ใช่แค่การสร้างทีมเพื่ออนาคตแล้ว แต่มันคือปัจจุบันที่ขุมกำลังพร้อมก้าวขึ้นมาเบียดลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว นักเตะที่กุนซืออย่าง โซลชา ซื้อเข้ามามันแทบจะครบทุกตำแหน่งแล้ว

ฉะนั้นอย่าเพิ่งเอาคำว่าขาดกองกลางตัวรับมาเป็นข้ออ้าง ซึ่งถ้าต้องซื้อครบทุกตำแหน่งแบบนี้มันไม่เรียกสร้าง มันเรียกซื้อเพื่อเดินหน้าล่าความสำเร็จ 

ห้วงเวลาปัจจุบัน 02

ถามว่าปัญหาของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตอนนี้มันอยู่ที่ไหนหรอ? นักเตะพร้อมใช้ เพียบพร้อมทุกตำแหน่ง ฉะนั้นก็ต้องชายตามองไปที่ตัวกุนซือว่ามีกึ๋นมากพอในการเข็นทีมไปข้างหน้าได้หรือไม่ ลองจินตนาการทีมชุดนี้มียอดโค้ชอย่าง เป๊ป, คล็อปป์ หรือ ทูเคิ่ล นั่งแท่นบัญชาเกม ภาพที่เราเห็นคงแตกต่างกว่านี้หลายเท่า 

สิ่งที่ โซลชา มีในมือตอนนี้มันยิ่งกว่าอาวุธสงครามพร้อมโจมตีคู่แข่งแบบไม่เลือกหน้า แต่อนิจจาความเป็นจริงทีมยังหารูปแบบ และสไตล์ของตัวเองไม่เจอเลยว่าเป็นแบบใด ทุกวันนี้ชัยชนะที่ทีมได้มามันเพราะความสามารถของกุนซือจริงๆ หรือความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะที่ยังคงแบกผู้จัดการทีมอยู่แบบนี้

ฉะนั้นเรื่องนี้มันเลยบ่งชี้ให้เห็นชัดว่าบางทีการใช้เงินอย่างบ้าคลั่งก็ไม่อาจพาพุ่งชนกับความสำเร็จได้ เพราะมันยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายเป็นตัวชี้วัด

แน่นอนเราไม่รู้ว่าในหัวของ โซลชา ตอนนี้เขากำลังพินิจคิดอะไรอยู่ แต่ทำไมช่วงเวลาฮันนีมูนแรกๆ ผลงานมันถึงออกมาสวยหรูเพียงนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปแทนที่ประสบการณ์จะเข้าสั่งสอน เพาะบ่มให้แข็งแกร่งมากกว่าเดิมแต่กลับเหมือนเดินถอยหลังมากขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้แทบจะหลังพิงฝา มองไม่เห็นอนาคตที่สดใสรออยู่เลย

สุดท้ายในฐานะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คือหนึ่งในตำนานที่แฟนบอล ยูไนเต็ด หลงรักมากที่สุด และเชื่อว่า โซลชา เองก็รักสโมสรแห่งนี้ไม่ต่างจากคนอื่นๆ เขาเติบโต และประสบความสำเร็จก็จากสโมสรแห่งนี้

เชื่อเหลือเกินว่าตอนนี้แฟนบอล “ปีศาจแดง” คงอยากจะอันญเชิญน้ากลับขึ้นไปบนหิ้ง เพื่อเคารพนับถือกันในนามตำนานนักเตะ กับแฟนบอลที่จงรัก

ดีกว่าจะเกลียดขี้หน้ากันในฐานะกุนซือที่พาทีมประสบพบเจอกับความล้มเหลว …

ข่าวฟุตบอล นิวคาสเซิ่ล
ข่าวฟุตบอล แมนยู
ข่าวฟุตบอล บอลไทย ทีมชาติไทย
ข่าวฟุตบอล บอลไทย
ข่าวฟุตบอล
ข่าวฟุตบอล โปแลนด์
ข่าวฟุตบอล
ข่าวฟุตบอล เนย์มาร์
ข่าวฟุตบอล แมนยู
ข่าวฟุตบอล โรนัลโด้ เอ็มบัปเป้