ประเด็นเด็ดหลังเกม ผีแดง โดนบุกมาทุบคาบ้าน

ข่าวฟุตบอล แมนยู

จบลงไปแล้วสำหรับศึก ลีก คัพ ในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายคารังต่อ เวสต์แฮม ไปแบบช็อคแฟนบอลเจ้าถิ่น 0-1 โดยพวกเขามาได้ประตูชัยตั้งแต่ช่วงต้นเกมนาทีที่ 9 จาก มานูเอล ลานซินี่ และถือว่าเป็นการแก้แค้นภายหลังเพิ่งแพ้ในเกมลีกมาเพื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ซึ่งบนความพ่ายแพ้ของพลพรรค “ปีศาจแดง” มีหลายเรื่องราวให้ได้พูดถึงเยอะเหลือเกิน ไล่ตั้งแต่การจัดทีม, ผลการแข่งขัน และรายละเอียดในเกม ว่าแล้วเรามาไล่เรียงดูกันหน่อยว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจหยิบยกมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันบ้าง …

การจัดทัพ

เริ่มต้นที่การจัดทัพของทั้ง 2 ฝั่ง เกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เลือกที่จะเปลี่ยนทีมแบบยกแผงทั้ง 11 คน จากนัดที่ดวลกันเมื่อสุดสัปดาห์ ในชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นนักเตะจากทีมชุดใหญ่ทั้งหมด ไม่ได้มีดาวรุ่งเข้ามาผสมผสานเลยแม้แต่น้อย 

นายทวารโอกาสตกมาเป็นของ ดีน เฮนเดอร์สัน ที่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงครั้งแรกในฤดูกาลนี้ ส่วนแผงแบ็คโฟร์ก็นำมาโดย วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ จับคู่กับ เอริค ไบยี่ โดยมีฟูลแบ็คขนาบข้างอย่าง อเล็กซ์ เตลลิส กับ ดิโอโก้ ดาโลต์

ขยับมาที่แดนกลางมีทั้ง ฟาน เดอ เบค, มาติซ และ มาต้า ส่วนเกมรุกน่าสนใจที่เกมนี้ใช้ เจดอน ซานโช่ ลงสนามพร้อมกับ เจสซี่ ลินการ์ด ส่วนหน้าเป้าเป็น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

ส่วนฝั่งผู้มาเยือน เดวิด มอยส์ เองก็เลือกที่จะปรับมาใช้ตัวสำรองเกือบทั้งหมดเช่นกันมีเพียง จาร็อด โบเว่น เพียงคนเดียวที่หลงเหลือจากเมื่อสุดสัปดาห์ ส่วนรายอื่นๆ ก็นำมาโดย เคร็ก ดอว์สัน, มาร์ค โนเบิล, มานูเอล ลานซินี่ หรือ อันเดรย์ ยาร์โมเลนโก้

ตำแหน่งของ ซานโช่

ตำแหน่งของ ซานโช่

ย้อนกลับไปหนึ่งในปัญหาที่แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นห่วง และกังวลเป็นอย่างมากคือนักเตะในตำแหน่งเกมรุกทางฝั่งขวาที่ทีมต้องการใครสักคนมาอุดรอยตรงนั้น ก่อนที่พวกเขาจะเดินหน้าคว้าตัว เจดอน ซานโช่ มาเสริมทัพ ภายหลังพยายามเจรจากันอยู่เนิ่นนาน ซึ่งการเข้ามาของแข้งชาวอังกฤษสร้างความกระชุ่มกระชวยหัวใจให้แฟนผีไม่ใช่น้อย เพราะนี่คือนักเตะฟอร์มดีที่คงมาตรฐานไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งยิง และแอสซิสต์ ได้เป็นกอบเป็นกำในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

แต่ทว่านับตั้งแต่ม่านฤดูกาล 2021-22 เปิดขึ้นมา ซานโช่ ยังไม่อาจแสดงอิทธิฤทธิ์อะไรออกมาได้มากเท่าไหร่นัก แถมยังไม่อาจยึดเป็น 11 ตัวจริงของทีมได้แบบถาวรอีกด้วย หนำซ้ำกับตำแหน่งที่เขาลงเล่นดูเหมือนมันจะไม่ใช่พื้นที่เดียวกับที่ทีมต้องการในตอนแรก 

โดยที่ผ่านมาเกมใดที่ ซานโช่ ได้โอกาสลงสนามเจ้าตัวจะถูกบัญชามาว่าให้ไปฝั่งตัวเองอยู่ทางฝั่งซ้ายของสนามเป็นเสียส่วนใหญ่ อย่างในเกมล่าสุดนี้เจ้าตัวก็ลงเล่นในฐานะตัวรุกฝั่งซ้าย และให้ ลินการ์ด ขยับไปเล่นทางฝั่งขวา 

ฉะนั้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นมันเลยดูขัดหูขัดตาไปเสียหน่อย มันเลยเกิดคำถามไปถึงตัวของ โซลชา ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ โอเคแม้นักเตะจะเล่นได้ แต่มันเป็นการดึงศักยภาพของลูกทีมออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่หรือเปล่า ?

ผีแดง โอกาส (โคตร) เยอะ

เกมนี้ถ้าใครไม่ได้ตื่นมาดูรายละเอียดในเกม แต่เปิดเพียงสถิติต่างๆ ดูอาจจะร้องอุทานเสียวหลง และแปลกใจไม่ใช่น้อยกับโอกาสที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสง้างเท้ายิงประตูคู่แข่งมากถึง 27 ครั้ง

แต่ทว่าจากโอกาสที่มากมายขนาดนั้นพวกเขาสามารถยิงบอลให้ตรงกรอบได้เพียง 6 ครั้งเท่านั้น ซึ่งไอ้ที่จำนวนมันดูเยอะแยะนั้นมันก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้นายด่านคู่แข่งมากเท่าไหร่นัก เพราะเกิดจากการยิงทิ้งขว้างเป็นส่วนใหญ่ หรือเรียกง่ายๆ ว่าไม่ได้แม้จะได้เสียวเลยสักนิดเดียว

ซึ่งเข้าใจว่าการครองบอลโขยกบุกเข้าใส่คู่แข่งเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นในเกมนี้ เนื่องด้วยทางฝั่งผู้มาเยือนเองก็มาเล่นเกมรับแบบเต็มอัตราศึก แต่ทว่าสิ่งที่ดูจะผิดแปลกไปคือการเข้าทำของทัพ “ปีศาจแดง” ที่ไม่มีความละเอียดเอาเสียเลย แม้จะเป็นเพียงบอลถ้วยเล็กแต่อย่างน้อยก็ควรจะเน้นกันมากกว่านี้ เพราะมันก็หมายถึงความสำเร็จที่ทีมควรจะมีมาประดับสโมสรในห้วงยามนี้เช่นกัน

การแก้เกมของ โอเล่

การแก้เกมของ โอเล่

ภายหลังโดนคู่แข่งบุกมากระตุกหนวดขึ้นนำตั้งแต่ช่วง 9 นาทีแรกของเกม หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้โอกาสครองเกมรุกบุกเข้าใส่คู่แข่ง เพียงแต่ว่ามันไม่ค่อยทรงประสิทธิภาพสักเท่าไหร่ ว่าแล้วเมื่อเข็มนาฬิกาผ่านไปยังไม่อาจเจาะเกมรับของคู่แข่งเข้าไปทำประตูได้การเปลี่ยนตัวจึงเกิดขึ้น

เปลี่ยนตัวคนแรกในาทีที่ 62 ถือว่าตอบโจทย์มากทีเดียวการเลือก เมสัน กรีนวู้ด มาแทนที่ของ ฆวน มาต้า มันทำให้แฟนบอลสามารถหวังพึ่งพาความเฉียบคมของฝีเท้าในการยิงประตูของเจ้าหนูคนนี้ได้อย่างแน่นอน อีกทั้งมันแสดงให้เห็นว่า “ไอ้ไม้เขียว” เมื่ออยู่ในสนามเหมือนเป็นการบุกวิญญาณเกมรุกของทีม และเจ้าตัวก็มีโอกาสหลุดเข้าไปยิงประตูด้วยเช่นกัน

หลังจากนั้นอีกราว 10 นาที โซลชา ก็เริ่มขยับปรับหมากอีกครั้งด้วยการส่ง บรูโน่ แฟร์นานเดส กับ แอนโธนี่ อีแลงก้า ลงสนามมาแทนที่ของ เจสซี่ ลินการ์ด และ อเล็กซ์ เตลลิส ซึ่งถึงตรงนี้บางทีมันอาจจะขัดใจแฟนบอลอยู่บ้างตรงที่ ทำไมถึงไม่เลือกถอด อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่เล่นเหมือนไร้วิญญาณออก และเลือกที่เก็บ ลินการ์ด ที่กำลังมั่นใจอยู่ในสนามต่อไป

เพราะต้องเรียนกันตามตรงว่าเจ้าของฉายา “น้องหมาก” ไม่อาจสร้างความแตกต่าง แถมเหมือนโดนลักพาตัวออกจากสนามไปเสียอย่างงั้น มีจังหวะที่ควรจะวิ่งหาช่อง หรือวางตัวเองอยู่ในกรอบเขตโทษเพื่อยิงประตู แต่ทว่ากับไม่พบเงาของชายผู้นี้เสียอย่างงั้น และด้วยเหตุฉะนี้มันเลยเป็นที่มาของความต่างระหว่างการมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ เอดินสัน คาวานี่ ยืนค้ำเป็นหัวหอกอยู่ในสนาม

อีกถ้วยที่หลุดลอยของ โซลชา

ถามว่าถ้วยลีก คัพ มันน่าดึงดูดความน่าสนใจมากเท่าไหร่? คงยกมือตอบได้แบบทันท่วงทีว่าไม่ได้มีอิทธิพลมากขนาดนั้น เพราะถ้าไล่เรียงดูการจัดทีมของหลายสโมสรจะพบว่าต่างให้โอกาสเหล่าแข้งตัวสำรอง และดาวรุ่งลงมาเก็บประสบการณ์กันแทบทั้งนั้น แบบที่เรียกว่า ได้ก็เอา ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร

แต่ทว่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนเป็นทีมที่ละไว้ด้วยเหตุผลดังกล่าว แม้จะเป็นถ้วยเล็กสุดที่ลงเล่นแต่ทว่าในชั่วโมงนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ของทีม บวกกับความกดดันที่ถาโถมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มันแทบจะมัดมือชกว่าต้อง “เอานะ” กับถ้วยใบนี้ให้ได้ เพื่ออย่างน้อยจะได้มีความสำเร็จหลั่งไหลเข้ามายังสโมสรบ้าง และเป็นการคลายความกดดันของตัวกุนซือมือเปล่ามาตลอดนับตั้งแต่เข้ามาคุมทีม

อย่างไรก็ตามมันกลายเป็น โซลชา และลูกทีม ที่ทิ้งฟุตบอลถ้วยใบนี้ที่แฟนบอลหวังไว้ตั้งแต่รอบแรกที่ลงเล่นเสียอย่างนั้น ฉะนั้นแล้วอย่าไปมัวอ้างว่าถ้วยเล็กไม่อยากได้ เพราะอย่างน้อยมันก็พิสูจน์ให้เห็นถึงอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะเรื่องของความสำเร็จที่แฟนบอลถวิลหาเป็นอย่างมากในชั่วโมงนี้

ข่าวฟุตบอล นิวคาสเซิ่ล
ข่าวฟุตบอล แมนยู
ข่าวฟุตบอล บอลไทย ทีมชาติไทย
ข่าวฟุตบอล บอลไทย
ข่าวฟุตบอล
ข่าวฟุตบอล โปแลนด์
ข่าวฟุตบอล
ข่าวฟุตบอล เนย์มาร์
ข่าวฟุตบอล แมนยู
ข่าวฟุตบอล โรนัลโด้ เอ็มบัปเป้