นิวคาสเซิ่ล หนีจากบ๊วยได้ภายใน 4 เดือนได้อย่างไร?

ข่าวฟุตบอล นิวคาสเซิ่ล

   ก่อนหน้าที่ เอ็ดดี้ ฮาว จะได้เข้ามาคุม นิวคาสเซิ่ล ในตอนนั้นทัพสาลิกาดงยังคงจมอยู่กับอันดับที่บ๊วยของพรีเมียร์​ลีกและยังมีแต้มห่างจากอันดับ 16 มากถึง 5 คะแนน แต่ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 4 เดือนหลังจากนั้น ฮาว ไม่ใช่แค่ช่วยพาทีมหนีจากอันดับบ๊วยได้อย่างเดียว แต่เขานั้นยังสามารถผลักดันทีมขึ้นมาอยู่ในอันดับ 14 ได้เลยด้วยซ้ำ เขาสามารถทำได้อย่างไร? ในบทความนี้มีคำตอบ

   ก่อน ฮาว จะได้เข้ามาก็คงต้องยอมรับเลยว่าบรรยากาศ​ในทีมทีมที่ สตีฟ บรูซ ทิ้งไว้ให้ค่อนข้างจะไม่ดีสักเท่าไหร่ นักเตะภายในทีมส่วนใหญ่ก็จะขาดความมั่นใจ ลงแข็งทีไรก็มีความรู้สึกเป็นรองเพราะเล่นตั้งรับลึกทุกนัด บวกกับความพ่ายแพ้ในแต่ละนัดมันก็เลยยิ่งบั่นทอนกำลังใจในการลงสนามไปเรื่อย ๆ เล่นดีก็แพ้ เล่นไม่ดีก็โดนยิงยับ นักเตะหลายคนก็เตรียมมองหาทีมใหม่ไปแล้วด้วยซ้ำ

   ดังนั้น เมื่อ ฮาว เข้ามาทำทีม ปัญหา​ใหญ่ที่เขาต้องเจอและต้องรีบแก้ไขก่อนเลยคือทัศนคติของนักเตะ แม้ว่าช่วงแรกจะยึด 11 ตัวจริงไม่ต่างตากของ บรูซ มากนัก แต่พอได้ลงซ้อมบ่อย ๆ เขาก็เริ่มมองเห็นแล้วว่าปัญหาที่เจออยู่นี้ควรแก้ไขอย่างไร

   Chornicle news สื่อหลักของเมืองนิวคาสเซิ่ลเผิดเผยว่า ฮาว ได้มีการพูดคุยกับนักเตะเยอะมากในช่วงที่เริ่มงาน เขาได้พยายามปรับเปลี่ยนมุมมองต่อเกม และให้คำมั่นสัญญากับนักเตะว่าผลงานของทีมจะดีขึ้นอย่างแน่นอนถ้าหากทุกคนในทีมให้ความร่วมมือกับเขา อีกทั้งตัวเขานั้นยังเปิดรับฟังทุกความคิดเห็นจากทุกคนในทีม ไม่ว่าจะเป็นระบบการเล่น ตำแหน่งการยืน รวมไปถึงการแชร์ไอเดียร่วมกัน จนในที่สุดเขาก็เริ่มรับรู้ได้ว่า ทีมชุดนี้มีดีพอสำหรับภารกิจที่รออยู่ในอนาคต

   ใน 4 นัดแรกที่เขาคุมทีม ฮาว ได้ตัดสินใจเลือกใช้ 4-4-2 และมีบางช่วงที่ใช้ 3-4-3 บ้างตามคู่แข่งที่เจอ โดย 4 นัดที่ว่าคือเกมที่แพ้ อาร์เซน่อล 0-2, เสมอ นอริช แบบน่าเจ็บใจ 1-1 เพราะต้องเล่น 10 คนร่วมชั่วโมง, เฉือนชนะ เบิร์น​ลี่ย์ 1-0 และมาเจอจุดเปลี่ยนในเกมพ่ายแพ้แบบยัยเยินให้กับทาง เลสเตอร์ ถึง 0-4 อันที่จริงแล้ว ฮาว ต้องได้คุมตั้งแต่เกมเจอ เบรนท์ฟอร์ด แล้วนะ แต่ตัวเขาดันมาตรวจเจอเชื้อโควิดเวียก่อนจึงไม่สามารถลงมาคุมทีมด้วยตัวเองได้ มาได้ลงสนามจริงคือเกมใหญ่กับ อาร์เซน่อล​ นั่นเลย

   นิว​คาสเซิ่ล ภายใต้การคุมของ ฮาว ก็ค่อย ๆ ลบภาพของการเป็นทีมจอมอุดในยุคของ บรูซ ไปทีละเล็กละน้อย แม้จะไม่ได้เปิดเกมรุกลุยแหลกก็จริง แต่ทรงบอลและวิธีการเล่นต่างๆก็ค่อย ๆ พัฒนาไปในทิศทางที่ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ

   จุดอ่อนสำคัญที่ทีมเสียแต้มเรี่ยราดมาตบอดก็คือความผิดพลาดในส่วนบุคคลในเกมรับ จามาล ลาสเซลส์ กัปตันทีมเรียกได้ว่ากลายเป็นบ่อที่ปล่อยให้แต้มหลุดมือไปในหลาย ๆ นัดเลยก็ว่าได้

  ทาง ฮาว เองก็ไม่ได้มีตัวเลือกในตำแหน่งเซน​เตอร์​ฮาล์ฟมากนัก เขาจึงทำได้แค่ลองปรับเปลี่ยนแผนการเล่นมาเป็น 4-3-3 หลังจากวันที่เขาไปแพ้ เลสเตอร์ 0-4 ซึ่งหากดูจากโปรแกรมช่วงนั่นค่อนข้างโหดเพราะต้องเจอกับทีมใหญ่ล้วน ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี้ และต่อด้วย แมนฯ ยู​ไนเต็ด​ ซึ่งหลังจากใช้ 4-3-3 ทีมของ ฮาว แพ้ 2 และยันเสมอปีศาจแดงได้ 1-1 สิ่งที่เป็นสัญญาณอันดีคือในการเจอกับทีมใหญ่พวกนี้ และ ฮาว ก็ยังได้ค้นพบสมดุลบางอย่างในทีมของเขา

   อดีตกุนซือของ บอร์นมัธ เลือกปรับ โจเอลินตัน จากกองหน้าให้ถอยมาเป็นกองกลางตัวทำเกม ซึ่งในครั้งแรกที่ตัวเขาค้นพบไอเดียนี้คือวันที่เสมอกับ นอริช 1-1 โดยวันนั้นทัพสาลิกาดงต้องเล่นเพียงแค่ 10 คนนานถึง 80 นาที ก็เนื่องจาก เคียแรน คล้าร์ก มาโดนใบแดงตั้งแต่นาทีที่ 9 แล้วปรากฏว่าเป็น โจเอลินตัน นี่แหละที่ถอยตัวเองลงมาเล่นต่ำจนแทบจะเป็นกองกลางไปเลย

   ฮาว ก็ได้เริ่มมาปรับมาให้ โจเอลินตัน ลงต่ำเป็นกองกลางเต็มตัวก็ในเกมที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-4 ก่อนจะนำมาปรับใช้อีกครั้งในเกมเสมอปีศาจแดงซึ่งนักเตะชาวบราซิลก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนคว้า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปเลย นอกจากนี้เขายังได้ตัดสินใจเปลี่ยนนายทวารจาก คาร์ล ดาร์โลว์ มาเป็น มาร์ติน ดูบราฟก้า เนื่องจาก ดาร์โลว์ แสดงให้เห็นถึงความผิดพลาดในการตัดบอลและยืนตำแหน่งได้ไม่ดีเลย ต่างจาก ดูบราฟก้า ที่ค่อนข้างมีความนิ่งกว่าและยังสามารถตัดสินใจในจังหวะ 50-50 ได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

ในส่วนของแดนกลาง ฮาว ได้ขยับ โจ วิลล็อค จากปีที่แล้วเล่นอิสระขึ้นสูงเหมือนเป็นกองกลางตัวรุก ปีนี้เขาขยับอดีตเด็กปืนให้ลงต่ำกว่าเดิมมาคอยช่วยไล่บอล เป็นตัวเก็บกวาด และยังเป็นคนที่จะคอยช่วยสกรีนบอลก่อนที่จะหลุดไปแดนหลัง โดยทำงานร่วมกับ จอนโจ เชลวี่ย์ แต่ทางด้าน เชลวี่ย์ จะฝ่ายเติมสูงกว่าเล็ก ๆ เพราะมีทีเด็ดอย่างการเก็บตกแถวสองและยังมีลูกยิงไกลที่ค่อนข้างจะได้ลุ้น

นิวคาสเซิ่ล หนีจากบ๊วยได้ภายใน 4 เดือนได้อย่างไร? 1

   หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญนอกจากปรับทัศนคติ, ปรับแผนการเล่น, และปรับบทบาทของนักเตะในทีมแล้ว การเสริมทัพตอนช่วงวินเทอร์ก็มีส่วนที่ช่วยให้ผลงานดีขึ้น 

   นักเตะอย่าง คีแรน ทริปเปียร์ ก็ได้เข้ามาเติมเต็มเกมรับด้านขวาได้อย่างลงตัวและยังสวมบทฮีโร่ยิงประตูให้ทีมได้อีกต่างหาก ขณะที่ คริส วู้ด ถึงแม้ตัวเขาจะไม่ได้ยิงประตูเป็นกอบเป็นกำ แต่การยืนค้ำแดนหน้า คอยพักบอล โหม่งชง และช่วยต่อบอลให้เพื่อนร่วมทีม นี่คือเหตุผล​หลักที่ ฮาว ดึงตัวมาร่วมทีม

ถ้านับตั้งแต่แพ้ แมนฯ ซิตี้ เละเทะ 0-4 ตอนกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้วเป็นต้นมา นิวคาสเซิ่ล ของ ฮาว ก็ยังคงไม่แพ้ทีมไหนในลีกอีกเลยเป็นจำนวนมากถึง 8 นัดติดต่อกันเข้าไปแล้ว และยังสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 5 เสมอ 3 และทะยานจากอันดับสุดท้ายมาอยู่อันดับ 14 มีคะแนนเหนือโซนนกชั้นไกล 7 คะแนนเข้าไปแล้ว

   เหตุผลในสนามคือแท็กติก​และการทำทีมที่ค่อนข้างฉลาดของ ฮาว แต่นอกสนามก็คงจะปฏิเสธ​ไม่ได้เช่นกันว่าด้วยเม็ดเงินของ PIF ที่เป็นเจ้าของคนใหม่นั้น ก็คงมีส่วนต่อผลงานของทีมด้วยเช่นกัน จากการเปลี่ยนมือเจ้าของจาก ไมค์ แอชลี่ย์ มาเป็น กลุ่มทุนจากตะวันออกกลาง​นั้น นโยบายการทำทีมก็ได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เห็นชัดๆเลย ก็คือการลงตลาดซื้อขายในเดือนมกราคมไม่ได้เป็นไปในแบบจำกัดจำเขี่ยอีกต่อไปแล้ว พวกเขาพร้อมที่จะทุ่มเงินซื้อนักเตะมาเสริมทัพให้ในงบประมาณที่มากกว่าเดิม อีกทั้งยังคงมีการวางแผนถึงเรื่องการพัฒนา​สนามซ้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในทีมให้ได้เทียบเท่าสโมสรชั้นนำอื่นๆอีกด้วย

   อแมนด้า สเตฟลีย์ และบอร์ดบริหาร ยาเซอร์ อัล-รูมายยาน ประธาน PIF และ เจมี่ รอยเบน ทั้ง 3 คนนี้เป็นผู้กุมอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับทิศทางของทีม โดยเป้าหมายแรกของทาง นิวคาสเซิ่ล ฤดูกาล​นี้อาจเป็นเพียงแค่การพาทีมหนีตกชั้นก็จริง แต่เป้าหมายระยะยาวนั้นชัดเจนว่าต้องการที่จะก้าวกระโดดขึ้นไปอยู่หัวตารางในอนาคตอันใกล้

   สเตฟลี่ย์ ให้สัมภาษณ์ว่า “เราต้องการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า นี่คือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทีม เราอยากเห็นถ้วยแชมป์ก็จริง แต่เราก็รู้ดีว่าจำเป็นต้องใช้การลงทุน, เวลา, ความอดทน และทีมเวิร์ก ดังนั้นทุก ๆ อย่างจะค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปตามลำดับ” 

   และแน่นอนว่าปีนี้การที่จะพาทีมหนีโซนตกชั้นน่าจะโล่งใจสบายปอดมากขึ้น ส่วนในปีหน้าเราคงต้องมาจับตาดู นิวคาสเซิ่ล ทีมนี้ไว้ให้ดีเลย อย่างน้อย ๆ ในซัมเมอร์ที่จะถึงน่าจะมีการสังคายนา​ครั้งใหญ่อีกหน แถมจะเป็นการขยับตัวที่ส่งแรงกระเพื่อมไปถึงหลาย ๆ ทีมในลีกก็เป็นได้

นิวคาสเซิ่ล หนีจากบ๊วยได้ภายใน 4 เดือนได้อย่างไร? 2

รูป today.line.me, www.90min.com

เนื้อข่าว m.thsport.com