กว่าจะมาเป็น “ไค ฮาแวร์ตซ์”

ข่าวฟุตบอล

  ตอนนี้น่สจะกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มการเล่นที่เรียกได้ว่ายอดเยี่ยมมากๆ สำหรับ ไค ฮาแวร์ตซ์ ดาวเตะของเชลซี โดยเจ้าตัวมีผลงานช่วงหลังกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” อย่างดี และตัวเขายังสามารถที่จะยิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมีส่วนร่วมในเกมรุกของทีมอีกด้วย มันเลยเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจว่า โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่ของ “สิงโตน้ำเงินคราม” จะเลือกวางเขาให้เป็นตัวหลักในแผงเกมบุกของทีม 

   ช่วงนี้ เราลองไปย้อนความทรงจำ เกี่ยวกับเส้นทางลูกหนังที่กว่าจะมาเป็น ฮาแวร์ตซ์ กันหน่อยดีกว่า มาลองดูกันว่าจากเด็กน้อยที่แสนจะธรรมดาๆ สามารถที่จะพาตัวเองก้าวมาเป็นวันเดอร์คิดส์ ของวงการฟุตบอลเยอรมัน ได้อย่างไร ? รวมถึงอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจ และใครที่เป็นบุคคลต้นแบบ ที่เขาอยากเจริญรอยตามในอาชีพการค้าแข้งด้วย 

กว่าจะมาเป็น "ไค ฮาแวร์ตซ์" 1

   ไค ฮาแวร์ตซ์ เกิด และเติบโตที่เมืองอาเค่น ดินแดนที่แทนกตัวอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศเยอรมัน โดยเขาเติบโตมากับครอบครัวที่หลงรักในเกมฟุตบอลอยู่แล้ว และคุณปู่ของเขาก็ยังเป็นประธานสโมสรของทีมในท้องถิ่นอย่างอเลมานเนีย มาเรียดอร์ฟ จึงไม่น่าจะใช่เรื่องที่แปลกใจว่า ท่านจะดึงตัวหลานคนนี้ เข้าขัดเกลาฝีเท้าที่อะคาเดมี่ กระทั่งอายุ 10 ขวบ ฮาแวร์ตซ์ ได้ไปเข้าร่วมทีมเยาวชนของทาง อเลมานเนีย อาเค่น ทีมที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคดังกล่าว ที่กำลังโลดแล่นอยู่ในศึกลีกา 2 และแน่นอนว่า ตัวเขา และครอบครัวต่างเป็นแฟนบอลตัวยงของสโมสรแห่งนี้ โดยเฝ้าติดตามเชียร์ทางหน้าจอโทรทัศน์ รวมถึงให้การกำลังใจติดขอบสนาม แต่น่าเสียดายที่ ฮาแวร์ตซ์ อยู่กับอเลมานเนีย อาเค่น ได้เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น ไม่ใช่เพราะเจ้าตัวมีฝีเท้าไม่ดี แต่มันเป็นเพราะว่าพรสวรรค์ในตัวเขานั้นมันเฉิดฉายออกมา ซึ่งผลสุดท้าย เขามุ่งหน้าสู่ทีมเยาวชนของไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึง 100 กิโลเมตร และนี่ก็คือสโมสรที่ช่วยขัดเกลา จนเขาได้กลายมาเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวงการฟุตบอลเมืองเบียร์ 

   สลาโวเมีย คาร์เนียคกี้ โค้ชทีมเยาวชนเลเวอร์คูเซ่น ที่เห็นฟอร์มของ ฮาแวร์ตซ์ กล่าวว่า “ย้อนกลับไปเวลานั้น ฮาแวร์ตซ์ ลงสนามแบบแบกอายุด้วยซ้ำไป เขาลงเล่นให้กับอาเค่น รุ่นยู-12 และต้องมาเจอกับทีมของเราอย่าง เลเวอร์คูเซ่น รุ่นยู-12 แม้ว่าผลจะจบลงที่ชัยชนะของเราด้วยสกอร์ 8-3 แต่จำนวนประตูทั้งหมด ที่ฝั่งนั้นสามารถยิงได้ เขาเป็นคนยิงคนเดียว 3 ประตู นี่ถือเป็นความประทับใจแรกที่ผมมีต่อเขา”

   ชีวิตการเป็นเด็กเยาวชนของพลพรรค “ห้างขายยา” ตัวเขานั้นต้องเจอกับแบบทดสอบที่แสนจะสุดหินมากมาย ด้วยการที่ตัวเขานั้นเป็นนักเตะที่รูปร่างเล็กที่สุดภายในทีม ซึ่งมันได้ส่งผลต่อโอกาสในการลงสนามเป็นตัวจริง ตัวเขาต้องมานั่งดูเพื่อนเล่นในคอกม้านั่งสำรองอยู่บ่อยครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม อุปสรรคต่างๆที่เข้ามา มันไม่เคยทำให้ตัวเขานั้นยอมแพ้เลยสักครั้ง

   ฮาแวร์ตซ์ ค่อยๆปรับตัว และได้ยกระดับตัวเองขึ้นมาทีละเล็กละน้อย จนสามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆเป็นผลสำเร็จ และความพยายามทั้งหมดของเขาได้ถูกตอบแทนด้วยการลงเล่นกับเลเวอร์คูเซ่น ชุดใหญ่ เป็นครั้งแรก ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี แม้จะก้าวมาเป็นนักเตะอาชีพอย่างรวดเร็ว แต่ตัวเขานั้นไม่เคยทอดทิ้งเรื่องการเรียนเลย บ่อยครั้งที่เขาต้องเตะฟุตบอล สลับกับการอ่านหนังสือ โดยหนึ่งในงานยากที่เขาต้องเจอเสมอคือ การออกไปเล่นเป็นทีมเยือน ในศึกเดเอฟเบ โพคาล ในช่วงกลางสัปดาห์ พร้อมกับการต่อเวลา และการยิงจุดโทษ เพราะสิ่งนั่นทำให้เขาต้องเจอกับความลำบาก ในการที่ตัวเขานั้นต้องรีบกลับบ้าน และเตรียมตัวสอบในวันรุ่งขึ้น

   จากวันนั้นถึงวันนี้ เขาได้กลายเป็นเด็กหนุ่มอายุ 22 ปี ที่ก้าวไปติดทีมชาติเยอรมัน ชุดใหญ่ พร้อมกับยังได้เป็นแข้งตัวหลักของเชลซี เป็นที่เรียบร้อย ผ่านการเป็นแชมป์รายการสำคัญๆ โดยเฉพาะศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-21 โดยที่เขาเป็นคนยิงประตูชัย ในเกมที่สามารถเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดชิงชนะเลิศ 1-0 

   ฮาแวร์ตซ์  บอกถึงแรงบันดาลใจ ในการเล่นฟุตบอลของตัวเองว่า “นักเตะที่เป็นแบบอย่างให้ผมคือโทนี่ โครส เขาเป็นนักเตะชั้นเลิศ เส้นทางลูกหนังของเขายอดเยี่ยมมาก ผมให้ความเคารพเขามากด้วย ความสามารถในการผ่านบอล รวมถึงรูปแบบการเล่นของเขา ก้าวไปอยู่อีกระดับแล้ว ลูกผ่านทุกลูกของเขา เรียกได้เลยว่าสมบูรณ์แบบ”

   ฮาแวร์ตซ์ ได้ฝากทิ้งท้ายถึงสไตล์การเล่นของตัวเองว่า เขาเป็นนักเตะที่ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ และลงสนามในทุกบทบาทที่ผู้จัดการทีมอยากให้เป็น 

โดยกล่าวว่า ”การเคลื่อนไหวของผม เป็นไปตามสัญชาตญาณ ผมเริ่มต้นเส้นทางลูกหนัง ด้วยการเล่นตำแหน่งหมายเลข 8 หรือ 10 ที่เยอรมัน, ผมผ่านการเล่นปีกซ้าย และปีกขวา ย้อนกลับไปปีที่ผ่านมา ผมก็เล่นตำแหน่งหมายเลข 9 ให้กับเชลซี”

“ผมไม่อาจพูดได้ว่า ผมมีตำแหน่งการเล่นที่ชอบมากที่สุด เพราะทุกวันนี้ คุณต้องพัฒนาการเล่นของตัวเอง ด้วยการเล่นได้หลายตำแหน่ง นี่คือปัจจัยที่ทำให้คุณกลายเป็นนักเตะที่แข็งแกร่งขึ้น ผู้จัดการทีมสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ของคู่แข่งได้”

“ผมไม่มีตำแหน่งการเล่นที่โปรดปราน กระนั้น ผมชอบเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในกรอบเขตโทษ ใกล้กับปากประตู พร้อมกับครอบครองบอล การเล่นตำแหน่งกองหน้าตัวหลอก ถือว่าเข้ากับผมเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม หากเราเล่นหน้า 3 ตัว ที่ประกอบด้วยจอมทัพ 2 คน และกองหน้า 1 คน มันก็เหมาะกับผมเช่นเดียวกัน”

“ผมรู้ว่าตัวเองไม่ใช่กองหน้าสไตล์หมายเลข 9 ที่ชอบดักรอในกรอบเขตโทษ และรอโหม่งเพียงอย่างเดียว ผมต้องการสร้างอิทธิพลในเกม ด้วยการรับบอล, ถอยตัวเองลงมาแถวแดนกลาง และเปิดฉากเกมบุก”

“การเคลื่อนไหวของผมเป็นไปตามสัญชาตญาณ ผมคือนักฟุตบอลที่เล่นด้วยสัญชาตญาณ มันไม่ง่ายเลย เพราะทุกอย่างในเกมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คุณต้องตื่นตัวในทุกสถานการณ์ ผมมีความสุขเวลาได้ครองบอล มันเหมาะกับตัวผม” สล็อตเว็บตรง แตกง่าย

กว่าจะมาเป็น "ไค ฮาแวร์ตซ์" 2

รูป www.thairath.co.th, www.siamsport.co.th, mgronline.com

เนื้อข่าว m.thsport.com