[ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก] วิเคราะห์บอล ลิเวอร์พูล-เรอัล มาดริด วันนี้ 14/04/64

[ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก] วิเคราะห์บอล ลิเวอร์พูล-เรอัล มาดริด วันนี้ 14/04/64

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2

(6/พรีเมียร์ลีก) ลิเวอร์พูล-เรอัล มาดริด (2/ลา ลีกา) > > > คลิก

วันพุธที่ 14 เมษายน 2564

สนาม : แอนฟิลด์ เวลา : 02.00 น.

#วิเคราะห์บอลลิเวอร์พูล #วิเคราะห์บอลเรอัล มาดริด


ลิเวอร์พูล

ผลงาน 5 นัดหลัง

ชนะ แอสตัน วิลล่า                                2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

แพ้ เรอัล มาดริด                    1-3 (เยือน) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ชนะ อาร์เซนอล                      3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน                1-0 (เยือน)พรีเมียร์ลีก

ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก                2-0 (กลาง) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

สภาพทีมลิเวอร์พูล

เคอร์ติส โจนส์ ที่เจ็บกล้ามเนื้อไม่มีชื่อในเกมลีกล่าสุดที่เปิดบ้านชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 น่าจะกลับมามีชื่ออยู่ในทีม ขณะที่ ซาดิโอ มาเน่ ที่นั่งสำรองในเกมเดียวกันพร้อมกลับมาสตาร์ตเป็น 11 คนแรก โดยจะประสานงานกับ โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ส่วน ดีโอโก้ โชต้า หวังว่าจะได้ลงเป็นตัวจริงเหมือนในเกมแรก ในรายของ ติอาโก้ อัลคันทาร่า หวังเบียด

เจมส์ มิลเนอร์ กลับมาลงเล่นในแดนกลาง ส่วนคู่เซ็นเตอร์ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคงใช้บริการ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ กับ โอซาน คาบัค เช่นเดิม  ขณะที่บรรดาแข้งบาดเจ็บยังเป็น โจ โกเมซ,เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจเอล มาติป,ควีวิน เคลเลเฮอร์ และ ดิว็อค โอริกี้

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ ;  เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, นาธาเนียล ฟิลลิปส์, โอซาน คาบัค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ; ฟาบินโญ่, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม,เจมส์ มิลเนอร์ ; โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่


เรอัล มาดริด

ผลงาน 5 นัดหลัง

ชนะ บาร์เซโลน่า                    2-1 (เหย้า) ลา ลีกา

ชนะ ลิเวอร์พูล                       3-1 (เหย้า) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ชนะ เออิบาร์                           2-0 (เหย้า) ลา ลีกา

ชนะ เซลต้า บีโก้                    3-1 (เยือน) ลา ลีกา

ชนะ อตาลันต้า                      3-1 (เหย้า) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

สภาพทีมเรอัล มาดริด

กุนซือ ซีเนอดีน ซีดาน นัดล่าสุดเปิดบ้านเฉือนชนะ บาร์เซโลน่า ในเกมเอล กลาสซิโก้ 2-1 ขณะที่ความพร้อมวันนี้มีหนีบผู้เล่น 21 คนมายังอังกฤษ โดยยังไม่มีชื่อของ เอแดน อาซาร์ แนวรุกดีกรีทีมชาติเบลเยี่ยม ขณะที่ตัวหลักในแนวแผงแบ็คโฟร์อย่าง เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมที่เจ็บ รวมถึง ราฟาเอล วาราน  อยู่ระหว่างกักตัวหลังติดโควิด-19 เช่นเดียวกับ ดานี่ การ์บาฆาล, และ ลูกัส บาซเกซ ยังเดี้ยงเช่นกัน ขณะที่ เฟเด้ วัลเวร์เด้ กองกลางอุรุกวัย ที่บาดเจ็บมาจากเกมกับ บาร์ซ่า ความหวังว่านักเตะจะฟิตสมบูรณ์ทันเวลา โดยเกมรุกยังฝากความหวังไว้ที่ วินิซิอุส จูเนียร์ ที่ทำ 2 ประตูในนัดแรกที่พบกันจะได้ยืนเป็นสามประสานกับ มาร์โค อาเซนซิโอ และ คาริม เบนเซม่า เช่นเดิม

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ ; อัลบาโร โอดริโอ​โซลา, เอแดร์ มิลิเตา, นาโช่ เฟร์นานเดซ, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ; ลูก้า โมดริช, กาเซมิโร่, โทนี่ โครส ; มาร์โค อาเซนซิโอ, คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์


ความน่าจะเป็นของเกม

” หงส์แดง” 17 เกมหลังในทุกรายการไม่เคยจบด้วยผลเสมอ (ชนะ 8 แพ้ 9)  ด้าน “ราชันชุดขาว” ไม่แพ้ใน 13 เกมหลังทุกรายการ ( ชนะ 11 เสมอ 2) และเป็นการชนะรวดใน 6 เกมหลังสุด ….ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแม้ ลิเวอร์พูล เพิ่งจะหยุดสถิติแพ้ในแอนฟิลด์ หลังจากแพ้ในบ้านติดต่อกันมา 6 นัด ทำให้ได้ความมั่นใจกลับมาไม่น้อย เกมนี้แม้โอกาสจะเข้ารอบรองค่อนข้างริบหรี่ หลังตามหลังอยู่ถึง 2 สกอร์ แต่ก็เชื่อว่าลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะมาใส่เต็มที่ แต่ด้วยคุณภาพของผู้เล่น เรอัล มาดริด โดยเฉพาะในแดนกลางที่เปลี่ยนเกมได้ดี ทำให้อาจเป็นอุปสรรคให้ ลิเวอร์พูล จบ 90 นาทีด้วยการเบียดชนะพร้อมหยุดตัวเองไว้แค่รอบ 8 ทีมเท่านั้น


สกอร์ที่คาด

ลิเวอร์พูล ชนะ 1-0